Call Center 082-031-1590

ตะกร้าสินค้า
รายการสินค้าทั่วไป
ไม่มีสินค้าทั่วไปในตะกร้า

รายการสินค้าที่ต้องปรึกษาเภสัช
ไม่มี รายการสินค้าที่ต้องปรึกษาเภสัช
ราคารวม
0.00
บาท

ไปหน้าตะกร้าสินค้า

กำลังดำเนินการค้นหาสินค้า
กรุณารอสักครู่...

บทความสุขภาพ

ผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน COVID-19

22 มิถุนายน 2568

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิตในประชากร อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับวัคซีนอื่นๆ วัคซีน COVID-19 อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางประการ ซึ่งโดยส่วนมากเป็นอาการไม่รุนแรงและหายได้เองภายในไม่กี่วัน ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย หลังจากได้รับวัคซีน COVID-19 ผู้รับวัคซีนอาจพบอาการต่อไปนี้:อาการบริเวณที่ฉีด: ปวด บวม แดง หรือรู้สึกร้อนบริเวณแขนที่ฉีดวัคซีนอาการทั่วไป: มีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือหนาวสั่นอาการคล้ายไข้หวัด: เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอเล็กน้อย (พบได้น้อย) อาการเหล่านี้แสดงถึงการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เริ่มทำงานหลังได้รับวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงว่าวัคซีนเริ่มกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส ผลข้างเคียงที่พบไม่บ่อยแต่ควรเฝ้าระวังอาการแพ้วัคซีน: เช่น ผื่น ลมพิษ หรืออาการหายใจลำบาก ซึ่งมักเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีด ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis): พบได้ในเพศชายวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มที่ได้รับวัคซีนชนิด mRNA โดยอาการจะเริ่มภายในไม่กี่วันหลังฉีด เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ: พบได้น้อยมากในวัคซีนบางชนิด เช่น วัคซีนไวรัลเวกเตอร์ (viral vector) โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุน้อย ข้อควรปฏิบัติหลังรับวัคซีนพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆหากมีอาการไข้หรือปวด สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลได้ตามคำแนะนำสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก หรือผื่นลมพิษภายใน 48 ชั่วโมง และรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการรุนแรง สรุป แม้ว่าการฉีดวัคซีน COVID-19 อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางประการ แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและไม่เป็นอันตราย การฉีดวัคซีนยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเราและสังคมจากการเจ็บป่วยรุนแรงและการแพร่ระบาดของไวรัส ดังนั้น ประชาชนควรรับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรหวาดกลัวโดยไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง

อ่านต่อ

ไมเกรน...อาการปวดหัวที่ตัวเราเลี่ยงได้

22 พฤษภาคม 2568

ไมเกรน...อาการปวดหัวที่ตัวเราเลี่ยงได้ อาการปวดหัวตุ้บๆ หรือปวดหัวข้างเดียว เป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญให้กับผู้ที่เป็นมันอยู่ไม่น้อย ซึ่งอาการเหล่านี้ถูกเรียก “ไมเกรน” สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และแต่ละคนก็ได้รับสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในวัยทำงาน และในเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึง 2 เท่า แต่เพราะอะไร? เรามาทำความเข้าใจกัน! ทำความรู้จักกับ “ไมเกรน” ไมเกรน (Migraine) เป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติชั่วคราวของระดับสารเคมีในสมอง ทำให้ก้านสมองหรือเซลล์สมองทำงานผิดปกติ โดยมีลักษณะอาการที่สังเกตได้ชัดเจน คือ มีอาการปวดหัวหรือปวดขมับข้างเดียว ปวดทั้ง 2 ข้าง หรือปวดหัวสลับข้างกัน จะมีอาการปวดเป็นพักๆ และจะมาแบบเป็นๆ หายๆ ซึ่งมักจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้

อ่านต่อ

ท้องเสีย สาเหตุและวิธีการ ดูแลตัวเองเบื้องต้น

22 พฤษภาคม 2568

ท้องเสีย เป็นอีกหนึ่งอาการที่ใครหลายคนพบเจอบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อลองทานอาหารที่ไม่เคยทานมาก่อน แต่อาการท้องเสียนั้น ไม่ใช่ว่าอุจจาระเหลวก็เรียกว่าท้องเสียได้เลย แต่อาการท้องเสียนั้น มีภาพรวมที่ชัดเจน นั่นก็คือ อาการของการถ่ายเหลวและเป็นน้ำที่บ่อยกว่าปกติ โดยทั่วไปอาการท้องเสียจะเกิดจากไวรัสหรือบางครั้งจะเกิดจากอาหารปนเปื้อน บางครั้งอาการท้องเสียอาจเป็นสัญญาณของโรคต่าง ๆ ได้ เช่น ลำไส้อักเสบหรือโรคลำไส้แปรปรวน ซึ่งอาการท้องเสียนั้น จะได้แก่ การอุจจาระบ่อย โดยเป็นเนื้อเหลวหรือเป็นน้ำ รวมถึงปวดท้องร่วมด้วย โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการท้องเสียนั้นจะสามารถหายได้เอง แต่หากมีการติดเชื้อ ในบางรายจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย หรือหากบางครั้งมีอาการรุนแรงมากก็ต้องให้น้ำเกลือร่วมกับการรักษาด้วย อาการท้องเสียมักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด หรือในอาหารและน้ำดื่มมีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ปรสิต หรือเชื้อไวรัส ทำให้เกิดอาการท้องเสียนั่นเอง ซึ่งเชื้อเหล่านี้มักจะ ปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำดื่ม หรือแม้กระทั่งที่มือของเราเองจากการหยิบหรือจับสิ่งสกปรกมาก่อน นอกจากนี้ ความเครียดวิตกกังวล ก็สามารเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ หรือเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มากเกินไปก็ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้เช่นกัน หรือแม้แต่การแพ้อาหาร บางชนิด จะเห็นได้ว่า อาการท้องเสียนั้นมีสาเหตุมาจากหลากหลายปัจจัย แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมาจากอาหารการกิน เนื่องด้วยประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ดังนั้นอาการท้องเสียจากอาหารมักเป็น โรคยอดฮิตของคนไทยไปโดยปริยาย การดูแลตัวเองไม่ให้ท้องเสียและแนวทางรักษาอาการท้องเสียรับประทานยาบรรเทาอาการท้องเสียเมื่อเกิดอาการท้องเสีย ควรดื่มน้ำหรือน้ำผสมเกลือแร่สำหรับคนท้องเสีย เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำในร่างกายเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภท หมัก ดอง หรือร้านค้าที่คุณดูแล้วว่าไม่มีความสะอาดมากพอ หรืออาจมีเชื้อแบคทีเรียได้ล้างมือบ่อย ๆ และล้างมือก่อนทานอาหารทุกครั้งรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุและวิธีการในการรักษาอาการท้องเสียได้ และที่สำคัญหากการได้รับคำแนะนำที่ดีจากเภสัชกรก็จะช่วยให้คุณได้รักษาอาการท้องเสียอย่างตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย

อ่านต่อ