Call Center 082-031-1590

ตะกร้าสินค้า
รายการสินค้าทั่วไป
ไม่มีสินค้าทั่วไปในตะกร้า

รายการสินค้าที่ต้องปรึกษาเภสัช
ไม่มี รายการสินค้าที่ต้องปรึกษาเภสัช
ราคารวม
0.00
บาท

ไปหน้าตะกร้าสินค้า

กำลังดำเนินการค้นหาสินค้า
กรุณารอสักครู่...

บทความการแพทย์

ดูอย่างไรถึงใช่...ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

22 พฤษภาคม 2568

ดูอย่างไรถึงใช่...ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ‘น้ำตาล’ และ ‘คาร์โบไฮเดรต’ นับเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายขาดไม่ได้ และยังเป็นส่วนผสมสำคัญที่ประกอบอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มแทบทุกเมนู แต่หากบริโภคมากเกินความจำเป็นต่อวัน อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น จนนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ รู้จักกับ “ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง” ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หรือหากวัดด้วยเครื่องวัดระดับน้ำตาลจะได้ผลที่มีค่าสูงเกิน 100 มก./ดล. (มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) หลังอดอาหาร 8 ชม. ซึ่งหากปล่อยไว้ ไม่ทำการรักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้ในอนาคต ความผิดปกติของอินซูลิน...สาเหตุของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง โดยปกติแล้ว หลังจากที่เราทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน “อินซูลิน” จากตับอ่อน ทำหน้าที่นำน้ำตาลในหลอดเลือดไปเผาผลาญเป็นพลังงานให้กับเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ ซึ่งจะควบคุมให้ร่างกายรักษาระดับน้ำตาลให้เป็นปกติ แต่ในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ตับอ่อนจะไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาได้เพียงพอหรือเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้เต็มที่ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ลดลง อย่างไรก็ตาม ในคนปกติที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานก็อาจเกิดภาวะดื้ออินซูลินได้เช่นกัน โดยอาจเกิดจากปัจจัยด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือเป็นโรคบางอย่างได้ เช่น การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป ในเวลาสั้นๆ ทำให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินออกมาไม่ทัน ขาดการออกกำลังกาย ร่างกายไม่นำน้ำตาลที่สะสมอยู่ออกมาใช้เป็นพลังงาน มีภาวะเครียดสะสม ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล กระตุ้นให้ร่างกายปล่อยน้ำตาลออกมาเป็นพลังงานฉับพลัน ยิ่งเครียดมาก น้ำตาลในเลือดก็ยิ่งสูงตาม ร่างกายติดเชื้อ เป็นโรคที่เกี่ยวกับตับ เช่น ตับอ่อนอักเสบ หรือมะเร็งตับ ทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ได้รับยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ยากดภูมิคุ้มกัน ยาขับปัสสาวะ สัญญาณเตือน! ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง กระหายน้ำมาก ต้องดื่มน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปวดศีรษะ มีปัญหาทางสายตา หรือมองเห็นไม่ชัด (ภาวะเบาหวานขึ้นตา) หอบเหนื่อยง่าย ซึ่งหากปล่อยไว้ ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ร่างกายจะเกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากการสะสมของสารคีโตน (เมื่อร่างกายไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลได้ ตับจึงเผาผลาญไขมันมาเป็นพลังงานแทน ทำให้ได้สารคีโตนออกมา เมื่อคีโตนในเลือดสูง จึงเกิดเป็นภาวะเลือดเป็นกรด) ส่งผลให้อาการของผู้ป่วยรุนแรงกว่าเดิม เช่น รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักตัวลด ปากแห้งแตก แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย บางรายอาจมีอาการรุนแรง รู้สึกสับสน งุนงง และหมดสติได้ ทั้งนี้สัญญาณเตือนเหล่านี้อาจไม่ได้แสดงให้เห็นในผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงทุกราย ดังนั้นการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำจึงช่วยบ่งบอกภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ ระดับน้ำตาลเท่าไหร่ถึงไม่ปกติ? วิธีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมที่สุดต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก่อนตรวจ ผลที่ได้ออกมาจะเป็นค่ามิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งสามารถอ่านค่าได้ ดังนี้ ค่าระดับน้ำตาลอยู่ระหว่าง 70-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถือว่าอยู่ในระดับปกติ ค่าระดับน้ำตาลอยู่ระหว่าง 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถือว่าเป็นผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ค่าระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถือว่าเป็นโรคเบาหวาน ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงรักษาได้...แค่เปลี่ยนพฤติกรรม ในการรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ ซึ่งในขั้นต้นสามารถรักษาได้โดย ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร เช่น ลดการทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูง ร่วมกับดื่มน้ำให้มากขึ้น ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ควรระวังในการเลือกประเภทของการออกกำลังกาย โดยสามารถขอคำแนะนำได้จากแพทย์ผู้ดูแลเพิ่มเติม ปรึกษาแพทย์ก่อนทานยาบางชนิด เพื่อหลีกเลี่ยงการทานยาที่ส่งผลต่อระดับอินซูลินในร่างกาย หมั่นจดบันทึกและตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูเฝ้าระวังความผิดปกติของร่างกาย ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรรับประทานยาตามแพทย์สั่ง และพบแพทย์เป็นประจำ หากพบความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือด ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาเพิ่มเติม ทั้งนี้การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเป็นประจำ ร่วมกับตรวจร่างกายเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต นอกจากนี้เรายังสามารถรับคำแนะนำที่ถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันความรุนแรงของโรคร้ายในอนาคตได้เช่นกัน

อ่านต่อ