กำลังดำเนินการค้นหาสินค้า
กรุณารอสักครู่...
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ลดความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิตในประชากร อย่างไรก็ตาม
เช่นเดียวกับวัคซีนอื่นๆ วัคซีน COVID-19 อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงบางประการ ซึ่งโดยส่วนมากเป็นอาการไม่รุนแรงและหายได้เองภายในไม่กี่วัน
หลังจากได้รับวัคซีน COVID-19 ผู้รับวัคซีนอาจพบอาการต่อไปนี้:
อาการบริเวณที่ฉีด: ปวด บวม แดง หรือรู้สึกร้อนบริเวณแขนที่ฉีดวัคซีน
อาการทั่วไป: มีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือหนาวสั่น
อาการคล้ายไข้หวัด: เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอเล็กน้อย (พบได้น้อย)
อาการเหล่านี้แสดงถึงการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เริ่มทำงานหลังได้รับวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงว่าวัคซีนเริ่มกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัส
อาการแพ้วัคซีน: เช่น ผื่น ลมพิษ หรืออาการหายใจลำบาก ซึ่งมักเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีด
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis): พบได้ในเพศชายวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มที่ได้รับวัคซีนชนิด mRNA โดยอาการจะเริ่มภายในไม่กี่วันหลังฉีด เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ: พบได้น้อยมากในวัคซีนบางชนิด เช่น วัคซีนไวรัลเวกเตอร์ (viral vector) โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุน้อย
แม้ว่าการฉีดวัคซีน COVID-19 อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางประการ แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและไม่เป็นอันตราย การฉีดวัคซีนยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเราและสังคมจากการเจ็บป่วยรุนแรงและการแพร่ระบาดของไวรัส ดังนั้น ประชาชนควรรับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรหวาดกลัวโดยไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง
<p>เรียบเรียงโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา</p>